หน้าหลัก เกี่ยวกับ สตม. ด่านตรวจ พระราชบัญญัติ ระเบียบ คำสั่ง ติดต่อ
download form
[ english ]
ประเทศไทย
การเดินทางสู่ประเทศไทย
ค่าธรรมเนียม
การขอมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร
ขั้นตอนการยื่นคำขออยู่ต่อชั่วคราว
สถิติ สตม.
การแจ้งที่พักคนต่างด้าว
การรับแจ้งอยู่เกิน 90 วัน
ข่าว-ประชาสัมพันธ์
เอกสารประกอบการขอพิสูจน์สัญชาติ
การเยี่ยมผู้ต้องกัก
คำรับรองการปฏิบัติราชการ
คู่มือคำอธิบายแนวทางการปฏิบัติตามกฎ ก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ
วีซ่า
คำถามที่พบบ่อย
Web links
Go to Immigration Division 1 Website
Go to Immigration Division 2 Website
Go to Immigration Division 3 Website
Go to Immigration Division 4 Website
Go to Immigration Division 5 Website
Go to Immigration Division 6 Website
การจัดการองค์ความรู้ สตม.
Google
WWW
http://www.immigration.go.th
:: ประวัติ ::
HIstory
ก่อนปี พ.ศ.2470 ไม่มีระเบียบเกี่ยวกับการตรวจตราคนต่างด้าวที่เข้ามาในประเทศไทยฉะนั้นการเดิน ทาง เข้า - ออก ของคนต่างด้าวจึงเป็นไปได้โดยเสรีจนกระทั่งปี พ.ศ.2470 รัฐบาลในสมเด็จพระ ปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงตราพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2470 ขึ้น พร้อมทั้งจัดตั้งหน่วยงานและ เจ้าหน้าที่ให้มีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2470 เรียกว่า "กรมตรวจคนเข้าเมือง"ขึ้นตรงต่อกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงมหาดไทยได้แต่งตั้ง นายพันตำรวจเอก พระยาวิชัยประชาบาล เป็นเจ้ากรมตรวจคนเข้าเมืองคนแรกมีสถานที่ทำงานอยู่ที่ถนนนเรศน์ เป็นอาคารสองชั้นเช่าจากเอกชน ซึ่งอยู่ใกล้สถานีตำรวจนครบาลบางรักในปัจจุบัน ขณะนั้นมีพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญประมาณ 50 - 60 คน การเดินทางเข้าออกของคนต่างด้าวส่วนใหญ่จะเข้ามาโดย พาหนะทางน้ำและทางบก มีศูนย์รวมที่ทำการอยู่ในกรุงเทพฯ และมีด่านตรวจคนเข้าเมืองมณฑลด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัด และด่านตรวจคนเข้าเมืองอำเภอบางแห่งในในภาคตะวันออกและภาคใต้เท่านั้น
พ.ศ. 2475 ประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงการปกครองและฐานะการเงินของประเทศตกต่ำ รัฐบาลได้ตัดทอนงบประมาณรายจ่ายของประเทศลง เป็นเหตุให้กรมตำรวจคนเข้าเมืองได้ลดสถานภาพลงมาเป็น กองตรวจคนเข้าเมืองขึ้นตรงต่อกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทยเมื่อเดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2475
พ.ศ.2478 กองตรวจคนเข้าเมืองได้ย้ายที่ทำการมาอยู่ถนนสาธรใต้ ปัจจุบันเป็นที่พักของข้าราชการตำรวจสถานีตำรวจนครบาลยานนาวา และเพิ่มด่านตรวจคนเข้าเมืองขึ้นทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้
พ.ศ.2483 หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 กรมตำรวจได้ขอใช้สถานทูตเยอรมันซึ่งอยู่ในความครอบครองของรัฐบาลเป็นที่ทำการกองตรวจคนเข้าเมืองและได้ปรับสถานภาพพนักงานเจ้าหน้าที่จากข้าราชการ พลเรือน เป็นข้าราชการตำรวจแต่งเครื่องแบบพิเศษ ตามธรรมเนียมของอารยประเทศ
พ.ศ.2503 กองตรวจคนเข้าเมืองได้ย้ายที่ทำการมาอยู่ ณ ที่ทำการที่ได้ก่อสร้างใหม่ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2503 ที่ปากซอยพิพัฒน์ ซึ่งต่อมาเป็นที่ทำการของกองทะเบียนคนต่างด้าวและภาษีอากร
พ.ศ.2508 ได้ปรับปรุงส่วนราชการและกำหนดหน้าที่การงานของกองตรวจคนเข้าเมืองเป็น 5 กองกำกับการ 13 แผนก และด่านตรวจคนเข้าเมืองส่วนภูมิภาคอีก 58 แห่ง (ต่อมาเพิ่มศูนย์การสื่อสาร และด่านตรวจคนเข้าเมืองส่วนภูมิภาคอีกบางแห่ง)
พ.ศ.2517 กองตรวจคนเข้าเมืองได้ย้ายที่ทำการมาอยู่แห่งใหม่ (ที่ทำการในปัจจุบัน) ที่ซอยสวนพลูถนนสาธรใต้ เขตสาธร กรุงเทพฯ ซึ่งที่ทำการแห่งใหม่นี้ได้ก่อสร้างบนที่ดินของกรมธนารักษ์ มีเนื้อที่ 4 ไร่ 2 งาน54 ตารางวา สิ้นค่าก่อสร้าง 26,842,990 บาท
พ.ศ.2523 คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ได้อนุมัติกำหนดตำแหน่งข้าราชการในสังกัดกองตรวจคนเข้าเมือง ตามคุณภาพและปริมาณงานไว้ โดยมีตำแหน่ง ข้าราชการตำรวจรวมทั้งสิ้น 1,049 ตำแหน่ง
พ.ศ.2530 คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ได้อนุมัติกำหนดตำแหน่งให้งานตรวจลงตรากองกำกับการ 2 กองตรวจคนเข้าเมือง อีก 53 ตำแหน่ง และได้ปรับปรุงแผนกตรวจพาหนะทางอากาศ กองกำกับการ2กองตรวจคนเข้าเมือง โดยยกเลิกตำแหน่งเดิมทั้งหมด และกำหนดตำแหน่งขึ้นใหม่ทั้งหมด 307 ตำแหน่ง
พ.ศ.2533 คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ได้อนุมัติให้โอนกองกำกับการ 1 กองทะเบียนคนต่างด้าว มีฐานะเทียบเท่ากองกำกับการ และอนุมัติให้ปรับปรุงแผนกตรวจพาหนะทางอากาศ และ งาน ตรวจลงตรา กองกำกับการ 2 กองตรวจคนเข้าเมือง โดยกำหนดกลุ่มงานเรียกว่า "ฝ่าย" (ได้แก่ฝ่ายตรวจพาหนะทางอากาศ 1 และ 2)และงานเทียบเท่าแผนก 18 งานเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะแก้ไขพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการ พ.ศ.2508 ให้ถูกต้องในภายหลัง โดยยกเลิกตำแหน่งเดิมทั้งหมด 380 ตำแหน่ง และกำหนดตำแหน่งใหม่ทั้งสิ้น 672 ตำแหน่ง
พ.ศ.2536 ได้ปรับปรุงโครงสร้างเป็นหน่วยงานระดับกองบัญชาการ โดยเรียกว่า "สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง" ประกอบด้วย 4 กองบังคับการ เพื่อให้การปฎิบัตงานของ ตม.เกิดประสิทธิภาพและ ประสิทธิผล สูงสุดตลอดจนสามารถรองรับและปฎิบัติงานในลักษณะที่สอดประสานกับแนวนโยบายแห่งรัฐ
พ.ศ.2548 ได้ปรับปรุงโครงสร้าง ประกอบด้วย 3 กองบังคับการ และ 6 หน่วยงาน เพื่อให้การปฎิบัตงานของ ตม.เกิดประสิทธิภาพและ ประสิทธิผล สูงสุดตลอดจนสามารถรองรับและปฎิบัติงานในลักษณะที่สอดประสานกับแนวนโยบายแห่งรัฐ
พ.ศ.2552 ได้ปรับปรุงโครงสร้าง ประกอบด้วย 8 กองบังคับการ และ 1 หน่วยงาน เพื่อให้การปฎิบัตงานของ ตม.เกิดประสิทธิภาพและ ประสิทธิผล สูงสุดตลอดจนสามารถรองรับและปฎิบัติงานในลักษณะที่สอดประสานกับแนวนโยบายแห่งรัฐ
  
  ข้อมูลจาก : รายงานประจำปี 2552 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักตำรวจแห่งชาติ มกราคม 2553

 

จำนวนผู้เข้าชม web counter    
สงวนสิทธิ์ โดย สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ๕๐๗ ซ.สวนพลู เขตสาทร กรุงเทพฯ ๑๐๑๒๐